Left-Handed Girl : เมื่อการเลี้ยงเด็กในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ต้องใช้คนทั้งประเทศ

  • Left-Handed Girl (2025) ภาพยนตร์สัญชาติไต้หวันของโจว ซือ-ฉิง (Shih-Ching Tsou)  พาเราไปสำรวจชีวิตครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยวของฉูเฟิง แม่ค้าขายบะหมี่ในตลาดกลางคืน พ่วงด้วยอี้อัน ลูกสาวคนโตที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น และอี้จิง ลูกสาวคนเล็กผู้ถนัดซ้าย
  • ระหว่างการเดินทางตั้งแต่เริ่มจนจบเรื่อง เราจะพบว่าไม่ใช่มือซ้ายที่ผิดแผกเป็นปีศาจอย่างเดียว แต่คือความเป็นลูกผู้หญิงในวัฒนธรรมจีน รวมถึงปรากฏการณ์ของครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ซึ่งเป็นสิ่งที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในโลก
  • คล้ายกับในหนัง ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวมักเผชิญความยากลำบากทางการเงิน มากกว่าครึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ ปรากฏการณ์นี้จะไม่เป็นปัญหาเลยหากพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวมีระบบนิเวศที่ดีซัพพอร์ตพวกเขา ดั่งสุภาษิตแอฟริกันที่ว่า “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนต้องใช้คนทั้งหมู่บ้าน เพราะถ้าพวกเขาไม่ถูกโอบอุ้ม เขาเหล่านั้นจะกลับมาเผาบ้านคุณ”


2026a3p4

Left-Handed Girl (2025)

“อยู่บ้านนี้ห้ามใช้มือซ้าย”

คุณตาออกคำสั่ง พร้อมหยิบสีเทียนออกจากมืองของ ‘อี้จิง’ เด็กสาวบ้องแบ๊ววัยอนุบาล เธองุนงงเล็กน้อย ก่อนพยายามจับสีเทียนด้วยมือขวา

หลายปีก่อนหน้านั้น โจว ซือ-ฉิง (Shih-Ching Tsou) ผู้กำกับ พบประสบการณ์ข้างต้นจากปู่ของเธอ เธอถนัดซ้ายตามธรรมชาติก่อนถูก ‘แก้ไข’ ให้ถนัดขวา หลายปีต่อมา เธอใช้เหตุการณ์นี้เป็นแกนหลักของเรื่อง Left-Handed Girl (2025) ภาพยนตร์สัญชาติไต้หวันที่ถูกคัดเลือกส่งประกวดออสการ์ 2026 สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศ 

Left-Handed Girl พาเราไปสำรวจชีวิตครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยวของฉูเฟิง แม่ค้าขายบะหมี่ในตลาดกลางคืน พ่วงด้วยอี้อัน ลูกสาวคนโตที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น และอี้จิง ลูกสาวคนเล็กผู้ถนัดซ้าย

หนังสะท้อนชีวิตจริงของคนหาเช้ากินค่ำอย่างแม่นยำทุกอณู ดำเนินเรื่องตรงไปตรงมาไม่บิดพลิ้ว ครอบครัวนี้ต้องแบกทั้งค่าเช่าร้านและค่าที่พักในเมืองใหญ่ ค่าใช้จ่ายรอบด้าน ปัญหารอบทิศ ส่วนมือปีศาจของอี้จิงกลายเป็นเครื่องยืนยันว่า ความเชื่อจากรุ่นสู่รุ่นดูเป็นสิ่งที่แก้ไขยากมากกว่าการหาเงินมาโปะหนี้สินเสียอีก

ระหว่างการเดินทางตั้งแต่เริ่มจนจบเรื่อง เราจะพบว่าไม่ใช่มือซ้ายที่ผิดแผกเป็นปีศาจอย่างเดียว แต่คือความเป็นลูกผู้หญิงในวัฒนธรรมจีนด้วย เช่น แม่ของฉูเฟิงปฏิเสธให้ฉูเฟิงยืมเงิน เพราะถือว่าแต่งงานออกเรือนไปแล้ว ซึ่งทำให้เธอ “ไร้ค่าราวน้ำทิ้ง” เราจะเห็นความพยายามอย่างไม่ลดละจากสังคมที่พร้อมบดขยี้ครอบครัวนี้ จะมีก็แต่เพียงความเป็นห่วงเป็นใยระหว่างกันซึ่งมักเขินอายที่จะแสดงออกต่อกัน เนื่องจากชีวิตอันวุ่นวายในกรุงไทเปคอยกระชากสามแม่ลูกไปมาเสมอ

ความเจ๋งของเรื่องนี้คือการใช้ Iphone 13 ถ่ายทำทั้งเรื่อง และยังได้ฌอน เบเกอร์ (Sean Baker) ผู้ที่เคยใช้ Iphone 5s ถ่ายเรื่อง Tangerine (2015) มาเป็นโปรดิวเซอร์ งานภาพจึงถ่ายทอดออกมาแบบดิบและเรียล เส้นเรื่องเรียบ แต่หนักหน่วง ความสมจริงนี้ทำใหเราเห็นว่าบรรยากาศของกรุงไทเป ก็เสมือนตัวแทนของบรรยากาศเมืองใหญ่ในเอเชียได้อย่างแนบสนิทกัน

2026a3p3

Left-Handed Girl (2025)

ปรากฏการณ์หนึ่งที่เราเห็นได้ชัดจากเรื่อง Left-Handed Girl คือลักษณะครอบครัวพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว ซึ่งเป็นสิ่งที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในโลก

ข้อมูลจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน ตั้งแต่ปี 2558-2566 พบว่า มีแม่เลี้ยงเดี่ยวในไทยได้รับเงินอุดหนุนเพื่อเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดถึง 109,664 ราย คิดเป็นคุณแม่วัยใส (อายุต่ำกว่า 20 ปี) 17,936 ราย หรือกว่าร้อยละ 16 ของครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวทั้งหมด ขณะที่ในปี 2568 มีแม่เลี้ยงเดี่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 128,322 ราย

คล้ายกับในหนัง ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวมักเผชิญความยากลำบากทางการเงิน มากกว่าครึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ และกว่า 40% ไม่มีเงินออมทรัพย์ โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล คาดการณ์ว่าในปี 2583 จะมีครัวเรือนเลี้ยงเดี่ยวร้อยละ 11.2 ของครอบครัวทุกประเภท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากอัตราการหย่าร้างที่ 1 ใน 3 ของหลายพื้นที่ รวมถึงปัจจัยของการมีบุตรโดยที่ไม่ได้สมรสกัน และคุณแม่วัยใสด้วยเช่นกัน

ปรากฏการณ์ข้างต้นจะไม่เป็นปัญหาเลยหากพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยวมีระบบนิเวศที่ดีซัพพอร์ตพวกเขา ทั้งเงื่อนไขการทำงานที่เอื้อให้มีเวลาเลี้ยงลูก เงินอุดหนุน คนในชุมชน สวัสดิการภาครัฐ การศึกษาถ้วนหน้าและทั่วถึง ฯลฯ ดั่งสุภาษิตแอฟริกันที่ว่า “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนต้องใช้คนทั้งหมู่บ้าน เพราะถ้าพวกเขาไม่ถูกโอบอุ้ม เขาเหล่านั้นจะกลับมาเผาบ้านคุณ” ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ท้ายทายค่านิยมปัจเจกนิยมในเมืองใหญ่สุดๆ

ฉากหลังใน Left-Handed Girl คือยุคปัจจุบันและชุมชนถูกทำให้เป็นเมืองอันทันสมัย ถึงแม้ความคิดเรื่องมือปีศาจจะดูล้าหลังภายใต้ฉากทัศน์นี้ แต่รากวัฒนธรรมตะวันออกไม่ได้ทำหน้าที่กดขี่คนข้ามรุ่นอย่างเดียว ในทางกลับกัน มันช่วยเยียวยาในจุดที่เหตุผลไปไม่ถึง ดั่งที่เราจะเห็นว่า อี้จิงได้รับความเมตตาและการให้อภัยจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดกลางคืนแม้ว่าเธอจะใช้ ‘มือปีศาจ’ ขโมยของ หรือถึงแม้ลุงร้านขายของข้างๆ จะตกหลุมรักฉูเฟิง แต่เขาก็เอ็นดูอี้อันกับอี้จิงด้วยความจริงใจ สิ่งนี้เองที่ช่วยทดแทนรอยร้าวในครอบครัว ทำให้พวกเธอใช้ชีวิตได้อีกวัน

กระนั้น เมื่อหนังจบ เราอาจพบคำถามมากกว่าคำตอบ เช่น นิยามของความเป็นครอบครัวคืออะไรกันแน่ จำเป็นไหมที่ต้องมีคนหนึ่งเสมอ (เช่น ฉูเฟิง) ที่ต้องแบกรับและหยุดวงจรอันเลวร้ายข้ามรุ่น ไม่ว่าจะเป็นจารีต ความเชื่อ และหนี้สิน หรือภายหลังการคายความลับและระเบิดอารมณ์ใส่กัน เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากไหมว่า ครอบครัวกำลังเดินหน้าต่อไปเพราะไม่มีเรื่องค้างคา หรือรอเพียงเวลาจุดชนวนอีกครั้ง

ที่แน่ ๆ สังคมและนโยบายภาครัฐคงใจดำไม่น้อยหากให้ครอบครัวแบบฉูเฟิง เผชิญชะตากรรมนี้เพียงลำพังต่อไป ราวกับธรรมชาติของครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ไม่อาจแก้ไข

อ้างอิง 

บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

Categories

เรื่องที่คล้ายกัน

guest
1 Comment
Inline Feedbacks
View all comments