เด็กเกิดใหม่ลดลง ในยุคหนังรอมคอมแร้นแค้น เมื่อภาพของรักโรแมนติกและโครงสร้างประชากรกำลังเปลี่ยนไป

  • หนังรอมคอม (โรแมนติก-คอเมดี้) ค่อยๆ เสื่อมความนิยมตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2000 ส่วนในทศวรรษที่ 2010 หนังโรแมนติกก็หันไปโฟกัสกับปัญหาความสัมพันธ์มากกว่าพล็อตเรียบง่ายที่ตอนจบมีความสุข
  • ในเวลาไล่เลี่ยกัน อัตราเจริญพันธุ์ทั่วโลกลดลง พฤติกรรม Gen Z มีเพศสัมพันธุ์น้อยและช้ากว่าคนรุ่นก่อน มีหลายเหตุปัจจัยที่ทำให้พฤติกรรมของคนรุ่นนี้เปลี่ยนไป แต่ปัจจัยหนึ่งก็อาจมาจากการหายไปของภาพยนตร์ในฐานะพื้นที่ทางจินตนาการ ซึ่งเป็นแหล่งกระตุ้นความปรารถนาของมนุษย์ในการพัฒนาความสัมพันธ์กับคนจริงๆ และแนะแนวทางให้เราเห็นโลกในมุมที่ต่างออกไป
  • แต่อัตราการเกิดที่ลดลงในหลายประเทศ บวกกับสถิติหนังรอมคอมดูง่ายลดลง อาจกำลังบอกเราเป็นนัยๆ ว่าโครงสร้างประชากรทั้งโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันหวนคืน

โลกของเรามีสารพัดวิกฤต ทั้งสิ่งแวดล้อม สงคราม ค่าครองชีพ การว่างงาน ทรัพยากรธรรมชาติ โลกรวน ฯลฯ แต่มีอีกสิ่งที่น่าตกใจไม่แพ้กัน นั่นคือเด็กเกิดใหม่ลดลง ยังไม่นับว่าเด็กเกิดใหม่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีหรือไม่

เราอาจไล่เรียงปัจจัยทางสังคม เศรษฐกิจ ค่านิยม และมุมมองความรักที่เปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ดำเนินควบคู่ไปกับปรากฏการณ์นี้คือ สัดส่วนของภาพยนตร์รอมคอม (ย่อมาจากโรแมนติกคอเมดี้) ก็มีจำนวนลดลงด้วยเช่นกัน

อัตราการเกิดที่ลดลงในหลายประเทศ บวกกับสถิติหนังรอมคอมดูง่ายกำลังหายไป อาจกำลังบอกเราเป็นนัยๆ ว่าโครงสร้างประชากรทั้งโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันหวนคืน

หนังรอมคอมหายไปไหน?

2026a9p4

Notting Hill (1999)

สำนักข่าว Reuters วิเคราะห์ 20 อันดับหนังยอดนิยมในแต่ละปีตั้งแต่ปี 1980 พบว่าหนังรอมคอมค่อยๆ เสื่อมความนิยมตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2000 เป็นต้นมา ส่วนในทศวรรษที่ 2010 หนังโรแมนติกยังหันไปโฟกัสกับปัญหาความสัมพันธ์มากกว่าพล็อตเรียบง่ายที่ตอนจบมีความสุข โดยมีหนังรอมคอมเพียงเรื่อง Crazy Rich Asians (2018) เท่านั้นที่ติดอันดับ 20 หนังทำรายได้สูงสุดตั้งแต่ปี 2010

เว็บไซต์ The Numbers รวบรวมข้อมูลการรายได้และการฉายหนังในอเมริกาเหนือ ระบุว่า นับแต่ปี 1995 มีปริมาณหนังรอมคอม 7.1% ของจำนวนหนังทั้งหมด และพีคที่สุดในปี 1999 กว่า 12.08% ทว่าในปี 2025 กลับเหลือเพียง 0.69%

สาเหตุหลักที่หนังรอมคอมลดลงเป็นผลมาจากสตูดิโอในฮอลลีวูดลดการทำหนังทุนปานกลาง มาทุ่มทุนกับหนังฟอร์มยักษ์เพราะดึงดูดผู้ชมเข้าโรงภาพยนตร์มากกว่า

นอกจากนี้ หนังรอมคอมยังไม่ทำงานกับคนดู เพราะหนังเล่นกับแฟนตาซีของความสัมพันธ์ มีพล็อตจับทางได้ มีมุกตลกที่คาดเดาได้ ทั้งยังไม่มีดาราดังอยู่ประจำการตั้งแต่ยุคแมทธิว แมคคอนาเฮย์ เล่นเรื่อง Ghosts of Girlfriends Past (2009) ฮิวจ์ แกรนท์ เล่นเรื่อง The Rewrite (2014) และต้องรอจนถึงจูเลีย โรเบิร์ต มาเล่น Ticket to Paradise (2022) ชื่อดาราเบอร์ใหญ่จึงหวนกลับมาอยู่ในหนังรอมคอมอีกครั้ง การที่ไม่มีนักแสดงหน้าใหม่แจ้งเกิดกับหนังรอมคอม จึงสะท้อนว่าทั้งฮอลลีวูดและสังคมให้ความสำคัญกับหนังรอมคอมเปลี่ยนไปนั่นเอง

ทั้งนี้ ผลสำรวจในออสเตรเลียชี้ว่า 1 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสอบถามถูกคาดหวังให้ซื้อของขวัญหรือช่อดอกไม้กับคู่ของตนอย่างไม่มีเหตุผล กล่าวคือ ภาพความสุขสมหวังที่หนังมอบให้ยังมักบั่นทอนความสัมพันธ์จริงๆ

สอดคล้องกับที่ มาร์เก็น กรีนวูด บรรณาธิการรับเชิญของ The Good Trade เขียนอธิบายอย่างน่าสนใจว่า “ส่วนประกอบหลายอย่างที่ทำให้หนังตลกดูเพี้ยนๆ และหนังรอมคอมดูสนุกนั้น กลับเป็นสิ่งที่ไม่ดีกับเราในโลกแห่งความเป็นจริง”

เธอเสริมว่า เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนให้ความสนใจกับประเด็นทางเพศ เชื้อชาติ สุขภาพจิต ความยินยอม (consent) และปรากฏการณ์ MeToo อีกทั้งความสัมพัธ์บนโลกไม่ได้มีเพียงหญิง-ชาย อย่างตายตัว นั่นทำให้หนังรอมคอมแบบเดิมๆ ไม่ได้รับความนิยมและกำลังจางหายไป วิธีแก้จึงเป็นการเปลี่ยนแนวทางและพูดถึงกลุ่มคนที่ไม่จำกัดเฉพาะคนผิวขาวที่มีฐานะ ซึ่งเป็นภาพจำหลักของหนังรอมคอม

2026a9p3

Crazy Rich Asians (2018)

คำถามคือแล้วรักโรแมนติกทำงานอย่างไรกับความรักในชีวิตจริง?

นักสังคมวิทยาอย่างแอนโธนี กิดเด็นส์ เสนอว่า ปัญหาของความรักเกิดขึ้นเพราะรักโรแมนติกและการแต่งงานไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เราควรแยกความรักแบบร้อนแรงตามธรรมชาติของมนุษย์ ออกจากความรักแบบโรแมนติก เพราะความรักแบบหลังเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เป็นสิ่งประดิษฐ์ในโลกสมัยใหม่ (นับแต่ศตวรรษที่ 18) ซึ่งผูกกับแนวคิดเรื่องเสรีภาพและปลดปล่อยผู้หญิงออกจากการแต่งงาน ประเพณี และวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ความรักโรแมนติกยังแยกออกจากความต้องการทางเพศ ผละโลกของคู่รักออกจากโลกทางสังคม ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่คงเส้นคงวา แต่เติมเต็มตัวเรา ทว่าการแต่งงานด้วยเหตุผลแห่งความรักเป็นสิ่งที่มีต้นทุน มันเป็นด้านตรงข้ามของเสรีภาพ เต็มไปด้วยพันธสัญญา ความย้อนแย้ง ข้อผูกมัดทางศาสนาและกฎหมาย ผู้คนจำนวนไม่น้อยจึงต้องทนอยู่ในชีวิตคู่ที่เลือกเอง ด้วยเหตุนี้ ภาพของรักในอุดมคติจึงขัดแย้งกับในชีวิตจริงในหลายแง่มุม

ความรัก ความสัมพันธ์ ในยุคการเจริญพันธุ์ถดถอย

ข้อมูลจากสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เผยว่า ปี 2025 มีเด็กไทยเกิดเพียง 416,574 คน ซึ่งต่ำกว่า 5 แสนคนเป็นปีที่สองติดต่อกัน จากที่ปี 1963-1983 เด็กไทยเกิดเกิน 1 ล้านคนต่อปีมาตลอด มากไปกว่านั้น ผู้เสียชีวิตในปี 2025 ยังสูงกว่าจำนวนเด็กเกิดใหม่ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

ขณะที่ในภาพใหญ่ อัตราการเจริญพันธุ์ต่ำกว่าการทดแทนระดับประชากร เช่น ในอินเดีย มีอัตราเจริญพันธุ์ลดลงที่เฉลี่ยประมาณ 5 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคนในปี 1970 เหลือเพียงประมาณ 2 คนในปี 2025 แต่คิดเป็นถึง 17% จากเด็กเกิดใหม่ทั้งหมดบนโลก นั่นหมายความว่าเด็กทั่วโลกเกิดน้อยลงจนน่าใจหาย และเมื่อทาบกับสถิติจาก The Numbers แล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่าการขาดแหล่งอ้างอิงความรักความสัมพันธ์ในจอเงิน อาจมีผลต่อความคิดที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ไม่มากก็น้อย

มากไปกว่านั้น รายงานจาก The Guardian ที่รวบรวลผลวิจัยและสำรวจกลับพบว่า คน Gen Z ชาวอเมริกัน อายุ 13-28 ปี กลับมีความต้องการทางเพศลดลง พวกเขามีเพศสัมพันธ์น้อยและช้ากว่าคนรุ่นมิลเลนเนียล และในกลุ่ม Gen Z ผู้ชายยังมีแนวโน้มเป็นโสดสูงขึ้น ส่วนผู้หญิงมีแนวโน้มระบุตัวเองเป็น LGBT+ มากกว่า การเข้าถึงข้อมูลและอยู่ในจุดที่เห็นโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วล้วนเป็นผลที่ทำให้ Gen Z มีพฤติกรรมที่ต่างจากคนรุ่นก่อนพอสมควร

กลับสู่ความเรียบง่าย

2026a9p2

Materialists (2025)

ปัจจุบัน เรามีหนังดราม่าแนวครอบครัวเยอะมากที่สะท้อนปัญหาจริง จนแทบจะจินตนาการไม่ออกว่าแล้วความสัมพันธ์ทั้งคู่รักและครอบครัวแบบไหนถึงจะเฮลตี้ ดั่งใน Marriage Story (2019) ที่สะท้อนปมปัญหาของคู่แต่งงานอย่างตรงไปตรงมา หรือกระทั่งหนังรอมคอมขึ้นหิ้งอย่าง Notting Hill (1999) ที่ใบหน้าของแอนนาที่กำลังตั้งครรภ์ดูทั้งสุข ทั้งเศร้า ทั้งสับสน เมื่อเธออกจากวงการเพื่อมามีครอบครัวกับวิลเลียมผู้เป็นคนรักในตอนจบ อย่างไรก็ตาม พล็อตธรรมดาๆ มุกตลกจืดๆ แต่สนุก ของ No Hard Feelings (2023), Anyone But You (2023) ก็อาจบอกเราได้กลายๆ ว่า โลกถีบให้เราถอยห่างจากความเรียบง่ายในความสัมพันธ์ไปไกลแสนไกล

ในเรื่อง Materialists (2025) ลูซี่เป็นนักสื่อรัก คอยจับคู่ลูกค้าที่มีการศึกษา รายได้ และปูมหลังครอบครัวคล้ายกันให้ไปเดตกัน การหมั้นหมายหรือแต่งงานของลูกค้า คือความประสบความสำเร็จของอาชีพเธอ ซึ่งก็เพราะงานนี้ ลูซี่จึงพบคนที่เพรียบพร้อม ทั้งเงิน หน้าตา ฐานะ การศึกษา สไตล์ แต่เธอกลับหวนไปคบหากับแฟนเก่าที่ ‘จน’ กว่าพันเท่า หนังจบที่สวนสาธารณะ เมื่อลูซี่นั่งเล่นกับจอห์น ผู้เป็นทั้งแฟนเก่าและปัจจุบันของเธอ นี่อาจเป็นจินตนาการจากหนังรอมคอมที่เหือดหายไปสักพัก จินตนาการที่มอบความ ‘กล้า’ ให้เราเดินตาม ‘หัวใจ’ (ธรรมชาติ) มากกว่า ‘ข้อมูล’ (ป้ายสถานะทางสังคม) แม้มันอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดในอนาคตก็ตาม

พวกเขาอาจไม่ได้แต่งงานหรือมีลูก แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับพื้นฐานของการเป็นหนังรอมคอม ซึ่งเป็นแหล่งกระตุ้นความปรารถนาของมนุษย์ในการพัฒนาความสัมพันธ์กับคนจริงๆ (ในแบบเฮลตี้ ไม่เป็นพิษนะ) แนะแนวทางให้เราเห็นโลกในมุมที่ต่างออกไป… โลกที่ความโดดเดี่ยวไม่จีรัง เฉกเช่นทุกความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นโมงยามที่ Gen Z จะกำหนดบทบาทของหนังรอมคอมต่อไป

อ้างอิง

บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

Categories

เรื่องที่คล้ายกัน

guest
1 Comment
Inline Feedbacks
View all comments